4 สิ่ง...ควรพิจารณาก่อนเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
- 21 ก.ย. 2566
- ยาว 1 นาที
คำถามที่ผู้ใช้รถหลายคนสงสัย น้ำมันเครื่องของรถที่เราใช้นั้น เลือกอย่างไรให้เหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบันนั้น มีน้ำมันเครื่องหลากหลายเกรด หลายยี่ห้อ หลายราคา วันนี้ วีโนว์ ร้านยางชลบุรี มาแนะนำวิธีเลือกน้ำมันเครื่อง ให้เข้าใจง่าย ๆ พร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ

1. เลือกให้ถูกกับประเภทของน้ำมันที่เติมกับรถ
- หากเราเติม น้ำมันเบนซิน / แก๊สโซฮอลล์ ก็ต้องใช้น้ำมันเครื่องยนต์เบนซิน
- หากเราเติม LPG / NGV ก็ต้องใช้น้ำมันเครื่องยนต์เบนซิน แต่จะให้ดีเลือกน้ำมันเครื่องที่ระบุว่าสามารถใช้งานกับเครื่องยนต์ LPG / NGV ได้จะเหมาะกว่า
- หากเราเติม น้ำมันดีเซล ก็ต้องใช้น้ำมันเครื่องยนต์ดีเซล
2. เลือกให้ถูกมาตรฐาน ในส่วนนี้ผู้ใช้รถอาจจะต้องมีความรู้เรื่องมาตรฐานน้ำมันเครื่องประกอบด้วย โดยมาตรฐานของน้ำมันเครื่องก็จะมีหลายตัว เช่น API ของอมเริกา / JASO ของญี่ปุ่น / ACEA ของยุโรป เป็นต้น
ซึ่งแต่ละมาตรฐานก็จะมีคุณสมบัติของน้ำมันเครื่องที่ต่างกัน (ข้อมูลเเพิ่มเติมจะลงรายละเอียดภายหลังนะครับ) เช่น API SP ซึ่งเป็นมาตรฐานล่าสุด (ณ ปี 2566) น้ำมันเครื่องจะต้องมีคุณสมบัติรองรับการชิงจุดระเบิดของเครื่องยนต์เมื่อรอบเครื่องต่ำ เป็นต้น
3. เลือกเกรดให้ถูกใจคน น้ำมันเครื่องในตลาดปัจจุบันนั้น มีหลากหลายเกรดให้เลือกใช้งาน แต่แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภท คือ
1. น้ำมันเครื่องเกรดรวม ระยะการใช้งานจะอยู่ที่ 5,000 - 8,000 กม. เหมาะกับรถรุ่นเก่า ๆ สายจอด ไม่ใช้งานหนัก วิ่งซื้อกับข้าว
2. น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ ระยะการใช้งานจะอยู่ที่ 8,000 - 10,000 กม. (บางยี่ห้อให้ถึง 12,000 เลยนะครับ) เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ทั้งเก่า กลาง ใหม่
3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ ระยะการใช้งานจะอยู่ที่ 10,000 - 15,000 กม. เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ทั้งเก่า กลาง ใหม่ ในส่วนของน้ำมันเครื่องเกรดสังเคราะห์แท้นั้น ก็จะแบ่งออกเป็น 2 เกรดย่อย คือ
- แบบที่ใช้พื้นฐานน้ำมันจากเกรดกึ่งสังเคราะห์ มาเติมสารเพิ่มคุณภาพ (Additive) เพื่ออัพเกรดให้เป็นเกรดสังเคราะห์แท้ ซึ่งจะมีคุณสมบัติเหนือกว่าน้ำมันเครื่องแบบกึ่งสังเคราะห์ ราคาจับต้องได้ แต่ถือว่ายังไม่ดีที่สุด
- แบบที่ใช้น้ำมันพื้นฐานแบบ PAO (Poly-Alpha-Olefin ชื่อเต็มอย่าไปจำมันครับ @-@) เป็นน้ำมันพื้นฐานที่คุณสมบัติสูงสุด ราคาแพงสุด
หมายหตุ : ความเข้าใจที่ว่าน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้นั้น จะต้องข้นต้นด้วย 5W-XX น้้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนะครับ
4. เลือกเบอร์ให้ถูกใจเครื่อง เครื่องยนต์ในแต่ละช่วงอายุ (สำหรับรถยนต์ที่ไม่ปรับแต่งเพื่อเพิ่มแรงม้า หรือ เพิ่มความแรงของเครื่องยนต์) นั้นมีการใช้เบอร์น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมที่ต่างกัน ซึ่งผู้ใช้รถสามารถดูเบอร์น้ำมันเครื่องได้ที่สลากที่แปะอยู่กับแกลลอน หรือ กระป๋องน้ำมันเครื่อง ยกตัวอย่างเช่น 0W-20 / 5W-30 / 10W-30 / 15W-40 เป็นต้น โดยเบอร์ที่เราบอก ก็คือตัวเลข 20-30-40 ที่อยู่หลัง W- ครับ ตัวเลขเหล่านี้บอกถึงความหนืด ของตัวน้ำมันเครื่องครับ โดยเบอร์ที่เหมาะสมนั้น คือ
1. เครื่องยนต์ที่เลขไมล์รวมไม่เกิน 100,000 กม. แนะนำไม่เกินเบอร์ 30 ครับ
2. เครื่องยนต์ที่เลขไมล์รวมเกิน 100,000 กม. แนะนำเบอร์ 30 หรือ มากกว่าครับ
อย่างไรก็ตาม เบอร์น้ำมันเครื่องที่แนะนำนั้นเป็นเพียงตัวเลขตามตำราเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วต้องดูหลายอย่างประกอบกันด้วยนะครับ หากผู้ใช้รถดูแลครื่องยนต์เป็นอย่างดี ถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะการใช้งานทุก ๆ รอบนั้น ก็จะสามารถยึดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ออกไปได้ เนื่องจากเครื่องยนต์เกิดความเสียหายภายในน้อยกว่านั่นเอง โดยหากเราเลือกใช้น้ำมันเครื่องไม่เหมาะสมกับสภาพเครื่องยนต์ของเราแล้วนั้นก็จะส่งผลถึงความรู้สึกในการขับขี่ เช่น รอบเครื่องผิดปกติ หรือ
รถกินน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น และสิ่งสำคัญที่สุดที่มีผลต่อการตัดสินใจก็ คือ งบประมาณที่เราสะดวก ณ ขณะนั้นนั่นเองครับ
แต่ถ้าหากทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมานั้น ยุ่งยากเกินไป ที่วีโนว์ ร้านยางชลบุรี มีพนักงานที่คอยให้คำปรึกษา และแนะนำน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมทั้งกับรถยนต์ และงบประมาณของลูกค้า โดยเราจัดจำหน่ายน้ำมันเครื่อง ทุกเกรด ทุกราคา คุณลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ Page : วีโนว์ ร้านยางชลบุรี หรือ โทร 033-031398 / 091-7156751 ได้เลยครับ





ความคิดเห็น